เรื่องตั้งครรภ์
การออกกำลังกายขณะตั้งครรภ์
เมื่อเร็วๆนี้ พอลล่า แร็ดคลิฟฟ์ สาวปอดเหล็กผู้ครองสถิติมาราธอนโลกและรั้งตำแหน่งแชมป์โลกคนปัจจุบัน สร้างความฮือฮาให้กับวงการกรีฑาโลกด้วยการประกาศเดินหน้าแข่งขันต่อไปถึงแม้ว่าในขณะนี้เธอกำลังตั้งครรภ์แล้วก็ตาม โดยแร็ดคลิฟฟ์กล่าวว่าจะลงแข่งขันในรายการเล็กๆเท่านั้น
เพื่อลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกน้อยในครรภ์ของเธอ ทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าหากเธอยังไม่แขวนลู่ชั่วคราวแล้วจะมีวิธีการออกกำลังกายหรือวิ่งอย่างไรให้ปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์ อย่ามัวเสียเวลามาดูเฉลยกันเลยดีกว่า
โดยกรณีของ พอลล่า แร็ดคลิฟฟ์ ซึ่งเป็นนักกีฬาอาชีพนั้นจะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากสูตินารีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายมาคอยให้คำแนะนำตลอดทัวร์นาเมนต์ที่ลงแข่งขันและสิ่งสำคัญที่เธอจะต้องระวังมากเป็นพิเศษคือการจำกัดแรงวิ่งของเธอ ที่ทำได้แค่เพียงวิ่งเหยาะๆเบาะๆเท่านั้น เพราะหากมากไปกว่านี้อันตรายร้อยเปอร์เซนต์
สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นนักกีฬา การออกกำลังกายขณะตั้งครรภ์นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ควรปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากสรีระของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ผู้หญิงมีน้ำหนักตัวมากขึ้น ระบบการทำงานของหัวใจ ปอด ก็หนักขึ้นเพราะเลือดต้องสูบฉีดโลหิตหล่อเลี้ยงทั้งคุณแม่และคุณลูกนั่นเอง
หลักการสำคัญของการออกกำลังกายในขณะตั้งครรภ์ได้แก่การออกกำลังกายอย่างค่อยเป็นค่อยไปไม่หักโหม โดยเลือกการออกกำลังกายแบบแอโรบิค เช่น การเดินเร็ว การว่ายน้ำ การขี่จักรยานอยู่กับที่ การออกกำลังกายประกอบกิจกรรมบนพื้น หรือกายบริหารเป็นสิ่งที่แนะนำให้กระทำ เพื่อลดและหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุต่างๆ
นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงกีฬาที่จะทำให้อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้น เพราะอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ถึงขั้นส่งผลให้พิการหรือเสียชีวิตได้ โดยควรดื่มน้ำทุก 15-20 นาทีในขณะออกกำลังกาย เพื่อช่วยระบาย ความร้อนที่สะสมในร่างกายออกไป
ทั้งนี้การออกกำลังกายขณะตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ถึงแนวทางและข้อปฎิบัติที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล พร้อมกันนี้ผู้เชี่ยวชาญยังย้ำความมั่นใจถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายในสตรีมีครรภ์ว่า นอกจากจะช่วยสร้างสุขภาพที่แข็งแรง ทำให้จิตใจแจ่มใส ร่าเริงแล้วการออกกำลังกายจะช่วยลดความเครียดของคุณแม่และทำให้นอนหลับสบายมากขึ้นอีกด้วย
ผู้หญิงท้องกินผักสดให้ลูกฉลาด
กุมารแพทย์แนะพ่อแม่สามารถปั้นลูกให้เกิดมาเป็นคนฉลาดได้ โดยให้พ่อแม่รับประทานผักสดมาก ๆ เมื่อตอนก่อนตั้งครรภ์หากรับประทานเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์แล้วอาจจะสายเกินไป
ศาสตราจารย์นายแพทย์พิภพ ภิญโญ กุมารแพทย์คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า
ก่อนตั้งครรภ์ทั้งพ่อแม่ควรเตรียมร่างกายให้พร้อม ฝ่ายชายควรลดละเลิกอบายมุขออกกำลังกายเพื่อให้สเปิร์มแข็งแรง ส่วนฝ่ายหญิงควรดูแลร่างกายให้สมบูรณ์เต็มที่ ออกกำลังกาย รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะผักสด ซึ่งมีวิตามินโฟเลท สารนี้ช่วยในการสร้างเซลล์สมอง ลูกน้อยในครรภ์ช่วงอายุครรภ์ 4-6 สัปดาห์ หากรับประทานเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์แล้ว อาจสายเกินไป
รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าอยากให้ลูกฉลาด ก็ลองหาผักสดทานกันได้.
